ข่าวประชาสัมพันธ์

นายอาจณรงค์ สัตยพานิช ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ๒ มาตรวจราชการ ส่งมอบนโยบายจาก อพช. สู่การปฏิบัติ

นายอาจณรงค์ สัตยพานิช ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ๒ มาตรวจราชการ ส่งมอบนโยบายจาก อพช. สู่การปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563
นายอาจณรงค์ สัตยพานิช ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ๒ มาตรวจราชการ ส่งมอบนโยบายจาก อพช. สู่การปฏิบัติ กำชับ กำกับ ดังนี้
1. โครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน”
จังหวัดนครนายก กำหนดจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยบูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองนครนายก วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก ในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ สันเขื่อนขุนด่านปราการชล ประกอบด้วย ๑) MOU “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” จังหวัดนครนายก ๒) พิธีจดทะเบียนสมรส ๓) การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการเดินแบบผ้าไทยบนสันเขื่อน “วิถีชุมชน วิถีนครนายก” ๔) การจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
๒. ศาสตร์พระราชา สู่ โคก หนอง นา โมเดล
นายอาจณรงค์ สัตยพานิช ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุม เขตตรวจกลุ่มภาคตะวันออก 2
นายเสฎฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ พัฒนาการจังหวัดนครนายก หัวหน้ากลุ่ม/ฝาย พัฒนาการอำเภอ พัฒนากร จากทุกอำเภอ และ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พื้นที่อำเภอองครักษ์ ลงพื้นที่บ้านคลองศาลเจ้า หมู่ที่ 7 ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์ บ้านผู้ใหญ่ ราตรี พุธพ้นภัย ครัวเรือนต้นแบบโคกหนองนาโมเดล อำเภอองครักษ์ เพื่อติดตามผลความก้าวหน้า และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการเตรียมความพร้อม เรื่องการทำโครงการ 1 หมู่บ้าน อย่างน้อย 1 ครัวเรือน โดยการจัดเวที แลกเปลี่ยนความรู้ แชร์ประการณ์ เพื่อผลักดัน ขยายผลขับเคลื่อนศาสตร์พระราชา สู่ โคก หนอง นา โมเดล
ผู้ใหญ่ราตรี ต้นแบบโคกหนองนา อำเภอองครักษ์ เล่าว่า…10 กว่าปีแล้วที่ทำมา ได้การน้อมนำศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอพียง ในหลวง ร.9 มาปรับใช้ประมาณ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา หลังจากเรียนจบก็มีความคิดที่จะรับราชการหรืองานเอกชน แต่ก็มีเหตุให้กลับมาอยู่ที่บ้าน เนื่องจากพ่อล้มแขนกระดูกหัก ต้องรักษาตัวอยู่บ้านกว่า 7 เดือน จึงมาช่วยงานที่บ้านและได้ซึมซับมาวิถีชีวิตของคนในชุมชน การพึงพาอาศัยกันและการประกอบอาชีพ จึงได้ตัดสินใจที่จะมาทำนาที่บ้าน ปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ จึงได้ศึกษาและหาวิธีป้องกันน้ำท่วม จึงเป็นที่มาของการทำโคกหนีน้ำ เพื่อปลูกทำการเกษตร ขุดสระขนาดใหญ่ 5 ไร่กว่า ลึก 3 – 4 เมตร รองรับน้ำฝนและแหล่งน้ำจากแม่น้ำนครนายก ปลูกต้นไม้ หลายอย่าง ที่นี่ทำเรื่องดิน เรื่องปุ๋ย ปลูกออแกนิค ทำเรื่องท่องเที่ยวชุมชนอยู่แล้ว เมื่อทางกรม พช. มีโครงการโคกหนองนา ก็ถือว่าเป็นโอกาส ที่ทำมาถือว่ายังไม่สมบูรณ์ มีโคก มีหนองแล้ว จะเพิ่มแปลงนาลงไป และพร้อมเป็นศูนย์เรียนรู้ขยายผล นอกจากนั้นครัวเรือนที่อาสาสมัครเข้าโครงการ ได้แลกเปลี่ยนกัน ส่วนใหญ่ได้ลงมือทำแล้ว แต่ยังทำไม่ครบทุกเรื่อง ท่านผู้ตรวจฯได้ให้ข้อเสนอแนะ ดังนี้
1. ขอให้ทำด้วยความสมัครใจ เชื่อมั่นและศรัทธาโคกหนองนา ก่อนถึงคิดลงมือทำ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นมรดกที่จะทำให้คน ชุมชน มีภูมิคุ้มกัน และพึ่งตนเองได้
2. เมื่อสมัครใจแล้ว จะต้องศึกษาและเข้ารับการฝึกอบรมฯ เพื่อนำความรู้มาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง เช่น การออกแบบพื้นที่ ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีน้ำเพียงพอ ก่อให้เกิดรายได้ ลดรายจ่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
3. ส่วนเรื่องหนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดินในการจัดทำ “กิจกรรม โคก หนอง นา โมเดล” พัฒนาการอำเภอ และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน จะต้องสื่อสารสร้างความเข้าใจกับทุกครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากเป็นงบจากทางราชการไปทำในพื้นที่ส่วนบุคคล เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และเป็นประโยชน์กับบุคคลที่สนใจ จึงได้กำหนดกฎกติกาให้มีระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม การปรับสภาพพื้นที่ และการกำหนดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการขยายผลต่อไป ที่ประชุม รับทราบ และถือปฏิบัติ

(Visited 1 times, 1 visits today)